| |
|
|
| แสนหวั่นใจในชะตาสถาปัตย์ |
ถูกร้อยรัดด้วยบ่วงกรรมตามข่มเหง |
| ที่เคยรุ่งกลับเป็นร้างช่างวังเวง
|
เพราะบ้านเมืองอลเวง หรือผลกรรม |
| เมื่อย้อนฝันถึงวันที่สดสวย |
หากยอมช่วยกันยั้งใจไม่ถลำ |
| ให้แรงเงินโหมพัดใจไปไกลธรรม |
คงไม่ตกลงต่ำดั่งยามนี้ |
|
|
| เมื่อช่วงโชติไม่เคยคิดช่วยชาติ |
สร้างเมืองไทยให้พิลาสสมราศี |
| ห่วงแต่สร้างตัวตนจนพ่วงพี |
ถึงได้มีวันนี้
.ไม่มีกิน |
| ดีแต่สร้างตึกร้างอันสูงใหญ่
|
ที่ฝากชาติเอาไว้คือหนี้สิน |
| จนแว่วเสียงล้มละลายให้ได้ยิน |
จึงถวิลลืมตาหาทางไป |
|
|
| เรื่องความดีที่มหาลัยไม่เคยสอน |
ดีแต่ผลิตบัณฑิตร้อนๆออกไปขาย |
| Quality Assurance มันวุ่นวาย |
กลับมาฟ้องให้ได้อายในคราวจน |
| ดั่งเคราะห์ซ้ำเวรกรรมกระหน่ำทับ |
ต้องกลายกลับเป็นแพะอีกหลายหน |
| ถูกเขาว่า ทำเมืองไทย
ให้ชอบกล |
ทำให้ชาติอับจน ต้องทนทุกข์
|
|
|
| สร้างตึกตามฝรั่งไป ให้มันร้อน
|
ยามกินนอนค่อยเปิดแอร์ให้แสนสุข |
| เรือนกระจกทันสมัยไม่มียุค |
เลยต้องกินข้าวสุกคลุกน้ำตา |
| ทั้งน้ำมัน กระแสไฟที่ใช้สอย |
ต้องนำเข้าแทบทั้งร้อย
ต้องซื้อหา |
| ที่ยังโง่ก็ยิ้มอยู่ สู้ราคา |
ที่ไม่โง่ก็คือบ้า เพราะสิ้นคิด |
|
|
| ที่รักดี ก็ตีเกราะเคาะกะลา
|
ป่าวชวนชักให้หันมาสำนึกผิด |
| ที่เคยพลั้งผิดไปไม่ยั้งคิด |
ให้หวนมาระดมจิต เพื่อสู้ภัย |
| สัมนาพลังงานบานระบือ |
หรือเป็นแค่แฟชั่นทันสมัย |
| ก็ยังดีเสียกว่า มือไม่พาย |
อาจพากันจมหาย แล้วสูญพันธุ์ |
|
|
| พอเถิดหนาเตาอบ ตบด้วยแอร์ |
ที่นำเข้าอีกหลายแหล่ก็ยังหวั่น
|
| ประชาไทยตาดำๆตามไม่ทัน
|
อาจถึงวันต้องขายเมีย
เสียค่าไฟ |
| ที่ไม่รู้อย่าเพิ่งค้านหรือพาลบ่น |
อย่าว่าเขาตีตนไปก่อนไข้
|
| ที่เป็นอยู่แท้จริงยิ่งปางตาย |
ที่สบาย ก็เพราะยังไม่รู้คิด |
|
|
| จะช่วยชาติให้สิ้นไปในวันนี้
|
หรือดิ้นรนอีกทีสู้เศรษฐกิจ |
| หันไปขายน้ำเต้าหู้สู้ชีวิต
|
หรือจะใช้หัวคิดคอยแก้ไป
|
|
|
| การณ์วิกฤตนำสถาฯให้มาถึง |
แยกที่หนึ่งรอดแต่ตัว
ถ้าหัวใส |
| หัด Speak English กันไวไว |
แปลงเป็นกบ เลือกนายใหม่
มาร่วมทุน |
| แยกที่สอง จำพรากจากเคหา |
ออกไปตายดาบหน้า หากฟ้าหนุน |
| เป็นสถาฯ Export ไม่อาดูร |
ประเทศไทยคงได้ดุลอีกทะนาน |
| แยกที่สาม จำใจไปศึกษา |
บ้างอยากรู้วิชา บ้างปลอบขวัญ
|
| ไม่อยากให้ใครหมิ่นว่าตกงาน |
เรียนอะไร ไม่สำคัญ มันต้องเรียน |
| แยกที่สี่ แยกนี้ต้องคิดหนัก |
แล้วตั้งหลักครองใจให้เสถียร |
| อันวิบากนั้นฝ่าได้ด้วยใจเพียร |
มีสัมมาทิฐิเป็นเทียนนำ |
|
|
| หันเหลียวมองจ้องย้อนไปในปัญหา |
ด้วยสติและปัญญาอย่าผลีผลาม |
| ประหยัดกินประหยัดใช้ไม่วู่วาม |
เลิกฟุ้งเฟ้อเห่อตามสิ่งยั่วใจ |
| แสวงหาความรู้อุดรูรั่ว
|
กระจายตัวสู่ท้องถิ่นทั้งไกลใกล้ |
| ขายวิชาอย่าหวังรวยทำด้วยใจ |
จรรยาบรรณมั่นไว้อย่าให้คลอน |
| อย่าไปเพิ่มอาคารที่ผลาญชาติ |
ที่เคยพลาดขอให้รู้เป็นครูสอน
|
| ถึงไม่ก่อก็เรียนแก้ ให้แน่นอน |
อวิชชา อุทาหรณ์ เจ็บไม่จาง |
|
|
| เหมือนยังอยู่ ณ จุดที่เริ่มต้น
|
เห็นผู้คนผ่านพ้นจนไกลห่าง |
| อยู่เดียวดายกับจุดหมายเพียงลางๆ |
หวั่นลอยคว้างแล้วจมหายไร้ร่องรอย |
| ฟ้ายังกว้างหนทางอีกยาวไกล |
เร่งฝีพายตามไปไม่ท้อถอย |
| ด้วยแรงหวังมุ่งสู่ฝั่งที่รอคอย |
คงจะถึง อย่างน้อยก็สักวัน |
| |
|