• ร้านเสริมสวย

    Posted on December 7, 2011 by in Column : Hollow Class in Nation Weekend Magazine

    ร้านเสริมสวย

    โดยปกติแล้ว มนุษย์ผู้หญิงที่ทำมาหากินต่างอาชีพกัน มักไม่ได้มาสุงสิงในสถานที่แบบเดียวกัน หรือในเวลาเดียวกัน คงเป็นเพราะรูปแบบวิถีชีวิตไม่เหมือนกัน ยกเว้นแต่ในร้านเสริมสวยเท่านั้น ที่ผู้หญิงแบบไหนๆก็สามารถเข้าไปใช้เวลาร่วมกันได้ โดยไม่เกี่ยงชนชั้นวรรณะ ขอให้มีเงินจ่ายค่าบริการเป็นพอ คนทำธุรกิจเสริมสวยจึงน่าจะต้องเป็นคนใจคอกว้างขวาง ไม่รังเกียจเพื่อนมนุษย์ เพราะต้องสัมผัสใกล้ชิดกับคนทุกระดับ คอยทำหน้าที่เปลี่ยนความเขลอะ หรือความสกปรกรกรุงรังของคนอื่น ให้กลายเป็นความงามและความพึงพอใจ

    ชีวิตของฉันผูกพันกับร้านเสริมสวยมาตั้งแต่เล็ก เพราะร้านพวกนี้จะมีหนังสือโดยเฉพาะนิตยสารที่มีรูปสวยๆให้อ่านมากมายจุใจ เมื่อว่างจากการเล่นซนทั้งนอกบ้านและในบ้านตัวเอง ฉันมักจะขลุกอยู่ที่ร้านตัดเสื้อ-ทำผมในซอยแถวบ้านซึ่งเจ้าของเป็นญาติๆกัน นั่งอ่านหนังสือได้ตลอดวัน เจ้าของร้านก็ใจดีไม่เคยเอ่ยปากไล่ เจ้าของร้านนี้เขาจะซื้อนิตยสารเดือนละหลายเล่ม  คนในร้านรักการอ่านกันทุกคน หนังสือทุกเล่มในร้านจะเก่าและเปื่อยเพราะใครต่อใครแย่งกันอ่าน ลูกค้าแต่ละคนพอหย่อนก้นก็คว้าหนังสือมาวางบนตักทันที

    ในช่วงปิดเทอม ฉันจ่อมอยู่ในร้านเขาทั้งวัน ฉันสังเกตว่าเวลาที่ผู้หญิงแต่ละประเภทมาเข้าร้านเสริมสวยจะไม่ตรงกัน พวกผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน มักมาเข้าร้านในช่วงสายๆของวันธรรมดา เมื่อว่างจากธุระลูกผัวและงานซักผ้า ส่วนช่วงบ่ายอ่อนๆจะเป็นเวลาของคุณหญิงคุณนายหรือเถ้าแก่เนี้ยเจ้าของกิจการ และพวกเมียน้อย ถ้าเป็นช่วงบ่ายแก่ๆถึงเย็น เก้าอี้ในร้านจะถูกจองเต็มโดยผู้หญิงทำงานกลางคืน เป็นช่วงเวลาที่เรื่องราวจากหนังสือมีชีวิตเหล่านี้มีสีสันดึงดูดใจเป็นพิเศษสำหรับฉัน แต่ถ้าพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่บ้านผ่านมาเห็นฉันนั่งอยู่ในร้านเสริมสวยเวลาที่มีผู้หญิงกลางคืนนั่งกันสลอน ฉันมักถูกจิกตัวกลับบ้านทันที เพราะแถวบ้านเขาเชื่อกันฝังใจว่าการเป็นผู้หญิงกลางคืนหรือผู้หญิงหากินเหมือนโรคร้ายน่ารังเกียจ ที่อาจแพร่ระบาดถึงกันได้ด้วยการสัมผัสคลุกคลี พูดคุย 

     ความเชื่อนี้จะจริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ แต่อาจจะมีส่วนถูกอยู่บ้างตรงที่ฉันเอง…พอถึงวันหนึ่งก็ดันโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงทำงานกลางคืนกับเขาเหมือนกัน ผิดแต่ว่าฉันหากินด้วยการขายอย่างอื่น ไม่ได้ขายตัว

    ภายในโลกกว้างอันแสนคับแคบนั้น บางทีฉันก็ได้ฟังนิยายเรื่องเดียวกัน แต่ต่างกันตรงวิธีการเล่าเรื่อง เช่น ผู้หญิงรอบเช้า-รอบบ่ายเล่าสู่กันฟังถึงสามีข้าราชการหรืออาเสี่ยที่กลับบ้านดึกเพราะไปติดนักร้อง ส่วนผู้หญิงรอบเย็นคุยกันเรื่องอาเสี่ยหรือข้าราชการที่ต้องรีบเผ่นกลับบ้านก่อนสว่างเพราะกลัวเมีย คุณอาช่างทำผมฟังแล้วได้แต่พยักหน้ารับ ทำเสียงอืออาในลำคอ เหมือนกับจะเห็นดีด้วย แต่พยายามไม่ปริปากผสมโรง นานๆทีจึงจะเผลอหลุดพูดแถมออกมาสักคำสองคำ คงเพราะเจ้าของร้านไม่ใช่คนขี้นินทาด้วยนี่เอง ลูกค้าจึงไม่ค่อยหวาดระแวงว่าแกจะเอาไปคุยต่อ หลังจากลูกค้าจ้อไปสักพักก็จะสนใจอ่านหนังสือ เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้หญิงทุกประเภทเพลิดเพลินได้กับการอ่านหนังสือแบบเดียวกัน ไม่ว่าเล่มไหนที่เจ้าของร้านเลือกสรรมาวางให้อ่าน ก็ดูจะถูกใจผู้อ่านไปเสียทุกเล่ม

    อาชีพของช่างเสริมสวยดูจะไม่ผกผันตามภาวะเศรษฐกิจและกระแสความเปลี่ยนแปลงรอบด้านมากนัก อาเจ้าของร้านบอกว่าผู้หญิงทุกระดับชั้น ย่อมจะมีงบประมาณพิเศษกักเก็บไว้สำหรับความสวยความงามของตัวเองเสมอ รวมถึงมีความอดทนอย่างเหลือเชื่อในหลายๆเรื่องที่ผู้ชายอาจต้องยอมแพ้ ว่ากันว่าผู้หญิงทนเจ็บได้มากกว่าผู้ชาย และผู้หญิง…เป็นเพศที่ทนรอคอยได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

    ผู้หญิงมีพลังมากมาย แต่บางทีก็ดูเหมือนไม่ค่อยได้มีโอกาสทำอะไรมากนัก…คุณอาช่างเสริมสวยพูดแล้วก็ยิ้มและถอนหายใจ ตอนนั้นฉันฟังไม่เข้าใจว่าคุณอาพูดอะไร แต่เห็นด้วยว่าผู้หญิงบ้านเราสมัยก่อน นอกจากทำงานประจำ หรือทำงานบ้าน เลี้ยงลูกแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรดีๆให้ทำ คล้ายๆกับเป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อประกอบให้ชีวิตผู้ชายคนหนึ่งสมบูรณ์ แต่ไม่มีชีวิตของตัวเอง นึกๆแล้วก็เสียดาย ผิดกับสมัยนี้ ผู้หญิงมีชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

    เมื่อฉันโตพอที่จะเดินเข้าร้านเสริมสวยเพื่อเข้าไปเป็นลูกค้า ไม่ได้แฝงตัวเข้าไปอ่านหนังสือฟรีเหมือนตอนเป็นเด็ก ฉันก็ยังติดการอ่านหนังสือในร้านอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ยังติดนิสัยชอบเงี่ยหูฟัง และแอบเหลือบตามองผู้หญิงชนิดต่างๆในร้านเสริมสวยเหมือนเดิม เคยคิดเล่นๆว่าวันหนึ่ง ถ้าฉันเป็นนักเขียน หรือคนทำหนังสือที่ผู้หญิงจำนวนมากในร้านเสริมสวยหยิบขึ้นมาอ่าน ฉันจะบอกอะไรกับพวกเธอผ่านทางสื่อเหล่านี้ดีหนอ

    ถ้าเขียนนิยายน้ำเน่าสนุกๆรับรองมีคนอ่านแน่ๆ หรือถ้าเขียนเรื่องดวงประจำวัน ก็ต้องมีผู้หญิงชอบอ่านอีกเหมือนกัน แต่ถ้าเขียนเรื่องความสวยความงามฉันคงไม่ถนัด เรื่องรักๆใคร่ๆก็เป็นอีกแนวหนึ่งที่ผู้หญิงชอบอ่านในร้านเสริมสวย หากมีใครที่คิดอยากสื่อสารกับผู้หญิงมากๆ คงต้องมองมาที่ร้านเสริมสวยมากกว่าห้องสมุด ส่วนช่างเสริมสวยนั้นนอกจากจะเป็นผู้ลิขิตความงามให้กับผู้หญิงแล้ว ยังเป็นผู้ลิขิตการรับรู้และพัฒนาการทางปัญญาให้กับลูกค้าทั้งด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ

    เมื่อฉันมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ลองนับจำนวนเล่มหนังสือที่ฉันอ่านในโรงเรียน ในห้องสมุด เมื่อเทียบกับปริมาณหนังสือที่อ่านในร้านเสริมสวยแล้วปรากฎว่าต่างกันหลายเท่า แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อสรุปว่าการมีหนังสือดีๆวางให้อ่านเล่นในร้านเสริมสวยมากๆ จะเป็นช่องทางทำให้ผู้หญิงได้พัฒนาสติปัญญามากขึ้น

    ฉันลองหอบเอาหนังสือที่ว่า “ดี” กลับไปให้คุณอาที่ร้านเสริมสวยซึ่งฉันไปฝากสมองไว้ในสมัยเด็ก เพื่อเป็นของฝากและทดสอบสมมุติฐานบางอย่างของตัวเอง คุณอาพลิกหนังสือดูแล้วพูดยิ้มๆ “อาว่าจะไม่มีคนอ่านนะเนี่ย หนังสือเครียดๆแบบเนี้ยไม่เหมาะกับร้านเสริมสวยหรอก”  

    “ทำไมไม่เหมาะล่ะอา?”

    “ก็แหม…ผู้หญิงเขามาร้านเสริมสวย เพราะเขาอยากมาทำตัวเองให้สวย ไม่ได้อยากมาทำตัวเองให้ฉลาดนี่จ๊ะ…ร้านอาเป็นร้านเสริมสวย ไม่ใช่ร้านเสริมปัญญาซะหน่อย”

Comments are closed.