ปัญญาตกท่อ

ปัญญาตกท่อ ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร a day

 
ความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดของการเขียนคอลัมน์ในหนังสือวัยรุ่น คือการคิดว่าผู้อ่านหนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ฉันครุ่นคิดจนจะเป็นบ้าตายทุกครั้ง กับการส่งต้นฉบับเพียงแค่หนึ่งหน้าเอสี่กับอีกสี่ห้าบรรทัด ในวันต้นสัปดาห์ที่สองของทุกเดือน!
ได้เวลา KU ต้องเขียนหนังสือให้เด็กอ่าน…อีกแล้ว
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเด็กคืออะไร แล้วเด็กมันต้องอ่านอะไรวะ ถึงจะเหมาะกับความเป็นเด็ก?
ฉันรู้สึกตกใจมากเมื่อทบทวนแล้วพบว่า ฉันไม่เคยเข้าใจคำว่าเด็กเลย ฉันเคยอายุน้อย ตัวเล็กนิดเดียว แต่พอย้อนคิดไปถึงตอนนั้นฉันก็ไม่ได้เป็นเด็ก ฉันเป็นของฉันแบบนี้มาตลอด จะเรียกว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มีใครเป็นแบบนี้บ้าง?
คนอะไร…ไม่เคยเป็นเด็ก!!
ความคิดนี้เข้ามาสะกิดฉัน ตั้งแต่วันที่ฉันเดินตกท่อหน้าร้านเหล้าริมถนนพระอาทิตย์หลายวันก่อน ฉันไม่ได้เมา ไม่ได้ดื่มเหล้า แค่เดินจะเข้าร้านก็ตกลงไปหน้าตาเฉย ตกท่อเป็นเรื่องใหญ่สำหรับวันนี้ ส้นรองเท้าหัก หน้าแข้งเหวอะ ความเจ็บก็ไม่ต่างกับที่เคยตกตอนหกขวบ สิบขวบ และตอนอายุสิบห้า ฉันเป็นคนตกท่อบ่อย ตกมาแล้วหลายท่อ หลายจังหวัด ฉันกลัวการตกท่อมาก เวลาไปไหนมาไหนจะหวาดๆว่ามันจะมีท่อมารอให้ฉันตก แต่ยิ่งระวังก็ยิ่งตก ยิ่งตกก็ยิ่งกลัว
เคยอ่านเจอที่ไหนไม่รู้ เขาว่า “เมื่อเราแก่ตัวลงขึ้น ก็จะไม่เหลืออะไรให้เราต้องกลัวมากนัก”
ฉันว่ามันไม่จริงทีเดียว ความกลัวส่วนที่หายไปคือความกลัวที่เกิดจากความไม่รู้ แต่ความกลัวที่เกิดเพิ่มขึ้น มาจากความที่คิดว่าตัวเองรู้ เมื่อคิดว่าว่ารู้มาก ก็มีเรื่องให้กลัวมาก แม้สิ่งที่คิดว่ารู้อาจจะไม่ใช่เสมอไป บวกลบคูณหารแล้วก็คือความไม่รู้เหมือนกัน แต่เป็นความไม่รู้ซึ่งอยู่บนความคิดว่ารู้
ฉันตกท่อเพราะฉันไม่มีสมาธิในการเดิน ฉันเสียสมาธิในการเดินเพราะฉันกลัวตกท่อ เวลาเดินไปไหนจะไม่มองทางตรงๆ แต่จะมองหาตำแหน่งท่อก่อน เมื่อคิดว่าท่อน่าจะอยู่ตรงจุดที่ฉันรู้ ฉันจึงไม่ได้ระวังท่อหรือหลุมในจุดอื่น
ฉันอยากจะแหกปากร้องไห้ออกมาเสียงดังๆ แต่ฉันก็ไม่ได้ร้องเพราะฉันคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ สิทธิ์ในการร้องไห้ตามใจชอบเป็นของเด็ก ฉันอยากร้องไห้ใจจะขาด อยากจะเบะปาก ยกมือขึ้นป้ายน้ำตา อยากให้พ่อมาโอ๋เหมือนตอนเล็กๆ แต่ตอนนี้พ่ออยู่ที่ต่างจังหวัดมาโอ๋ไม่ได้
ฉันแค่อยากจะร้องไห้ อยากจะปลดปล่อยความรู้สึกเจ็บออกมาดังๆ ให้เหมือนตอนหกขวบ แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ ใครแอบมาเอาสิทธิ์ของฉันไปตอนไหนวะ ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่ ฉันไม่ใช่เด็ก ฉันไม่ใช่อะไรทั้งนั้น!
ใครกันที่มากำหนดว่าเด็กคืออย่างนี้ ผู้ใหญ่คืออย่างนั้น หรือว่าไม่มีใครกำหนด แต่ฉันเข้าใจผิดของฉันเองมาตลอด
โอ…ตายละสิ!!!
เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันตระหนักได้ว่าข้อเขียนของฉันในนิตยสาร คงไม่มีใครอ่าน เพราะในโลกนี้ไม่มีใครเป็น “เด็ก” สักคน คำว่า “เด็ก” จริงๆแปลว่าอะไรฉันยังไม่รู้เลย ภาวะของการเป็นเด็กหมายถึงอะไร แล้วเด็กต่างจากผู้ใหญ่ตรงไหน หรือเส้นบางๆที่ขีดกั้นความต่างของช่วงเวลาการมีชีวิตอยู่ของคนเรา โดยแท้จริงแล้วมันเคยไม่มี
เราต่างถูกหลอกให้คิดกันไปเอง ว่าเมื่อก่อนเราเป็นเด็ก และพอเติบโตขึ้นเราจะกลายเป็นผู้ใหญ่ วันที่เรามีหนวด มีหน้าอก มีสะโพก มีประจำเดือน มีขนแข็งๆขึ้นบนหัวเหน่า ใต้รักแร้ หน้าอก ความเป็นเด็กของเราจะถูกธรรมชาติมากระชากกลับคืนไปเพื่อสวมให้คนที่เกิดมาใหม่ และยัดเยียดความเป็นผู้ใหญ่เข้ามาข่มขืนความเป็นมนุษย์ของเรา
ฉันเพียงแต่อยากจะขอโทษที่เคยคิดว่าคุณเป็นเด็ก ไม่ว่า “เด็ก” จะมีความหมายเป็นบวกหรือเป็นลบ ฉันก็ยังเป็นฝ่ายผิดอยู่ดีที่คิดอย่างนั้น คุณจะอายุเท่าไหร่ การศึกษาสูงต่ำแค่ไหน มีอาชีพหรือตกงานมันไม่สำคัญ ความเป็นมนุษย์ของเราเท่าเทียมกัน และหน้าที่ของมนุษย์อย่างฉันก็คือเขียนภาษามนุษย์ให้มนุษย์ด้วยกันอ่าน ความผิดของฉันคือการบังอาจสบประมาทภูมิปัญญาความเป็นมนุษย์ของพวกคุณ ฉันบังอาจคิดเอาเองว่าคุณรู้น้อยกว่าฉัน เพราะรอยย่นบนใบหน้าของคุณน้อยกว่าฉัน!
ฉันน่าจะขอโทษคุณตั้งนานแล้ว ฉันเข้าใจผิดมานานว่าคุณเป็นเด็กและฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันจึงหลงคิดไปเองว่าสิทธิ์ในการทำอะไรผิดพลาด และสิทธิ์ที่จะยอมรับผิดอย่างง่ายๆก็ถูกทวงคืนไปด้วย คนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่อย่างฉันจึงมักทำเป็นเฉยๆเวลาตัวเองทำอะไรผิด ทำท่าเคร่งขรึมให้เด็กเกรงใจไม่กล้าทักท้วง ไม่ต้องแก้ไข ไม่ต้องขอโทษ เดี๋ยวก็คงลืมกันไปเอง
ฉันก็ไม่ต่างกับคนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่มักจะคิดเอาเองว่า เด็กๆไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก ตอนฉันอายุสิบขวบฉันก็คิดแบบนี้กับน้อง ตอนอายุสิบแปดฉันคิดแบบนี้กับพ่อแม่ ตอนอายุยี่สิบห้าฉันคิดแบบนี้กับยาย ตอนนั้นฉันคิดว่าพวกเขาเป็นเด็ก เพราะสำหรับฉัน…เด็กคือสัญลักษณ์ของความไม่รู้
แล้วฉันก็ฉันมองเห็นตัวเองตอนอายุหกขวบ สิบขวบ และอายุสิบห้า
เราตกลงไปในท่อเหมือนกัน และเจ็บเหมือนกัน
เราต่างไม่รู้ว่าท่ออยู่ตรงไหน แต่อายุที่มากขึ้นทำให้เราคิดว่าตัวเองรู้
สิ่งที่เรารู้แต่ไม่เคยอยากรู้…”ไม่ว่าเราจะเดินด้วยความกลัวหรือความรู้มากแค่ไหน ชีวิตก็มักมีท่อให้เราตกเสมอ” อยากให้คุณเอาแผนผังเส้นทางการเดินท่อที่ฉันสำรวจมาเผื่อคุณก่อนหน้านี้ โยนทิ้งไปให้หมด ฉันขอสารภาพว่า…มันใช้ไม่ได้หรอก คุณต้องคิดเอง คุณต้องเดินเอง
ขอโทษนะ…

You may also like...