ต้นไผ่

ต้นไผ่

เมื่อไม่กี่คืนก่อน มีพายุฝนฟ้าคะนอง ต้นไม้ใหญ่ในบ้านล้มระเนระนาด โดยเฉพาะไม้ที่ซื้อมาปลูกตอนโตแล้ว หรือเรียกภาษาตลาดต้นไม้ว่า ไม้ล้อม เนื่องจากรากแก้วไม่ได้หยั่งลึกลงดิน

เวลาเกิดพายุแรงๆ จะห่วงต้นไม้ใหญ่ในบ้านหักโค่น เพราะแต่ละต้นอยู่มานานนับสิบๆปี บางต้นอายุมากกว่า 40 ปี จึงผูกพันและห่วงใยเหมือนญาติ

แต่ที่ไม่เคยต้องห่วง ก็คือต้นไผ่ เพราะเป็นไม้ที่ถนัดผ่อนเอนตามกระแสลม บางเช้าตื่นมา เจอต้นไผ่แอบแสยะยิ้ม เยาะเย้ยต้นสาธร ที่ล้มหมดท่า แล้วชวนให้คิดอะไรไปได้หลายอย่าง

คนที่ปลูกต้นไม้คงคุ้นชินกับที่เขาว่า ปลูกอะไรไว้ใกล้กอไผ่ หรือใต้ต้นไผ่นั้นยากที่จะงอกงาม เพราะโดนรากไผ่ที่ทรงพลานุภาพ มาปล้นสะดม ฉุดกระชาก แย่งชิง สารอาหารในดินไปเสียหมดสิ้น

ในความอ่อนโอนเอนพลิ้วไหว ดูเหมือนสุภาพอ่อนน้อม หว่านล้อมง่ายของต้นไผ่ ที่แท้แล้วมีขุมอำนาจที่มั่นคง ยากแก่การต่อกร สะสมอยู่ในดินที่ไม่มีใครมองเห็น

ใบเล็กๆสีเขียวอ่อนสวยสบายตา ของไผ่ มองดูไกลๆเหมือนจะนุ่มนวล แต่หากสัมผัสใกล้ๆ ก็จะรู้ว่าคมคาย ร้ายกาจ พร้อมที่จะทำร้ายคนที่เข้ามาใกล้ได้ตลอดเวลา ใครที่เคยหอบกิ่งไผ่หรือใบไผ่ที่ตัดออกมาไปทิ้ง จะคุ้นชินกับแผลเล็กแผลน้อย ปวดแสบปวดร้อนเวลาอาบน้ำ อันเป็นของขวัญจากคายและคมของไผ่ที่ดูไร้พิษสงนั่นเอง

ในโลกของการทำงาน ที่มีผู้คนหลากหลายประดุจต้นไม้ในป่าใหญ่

มักมีพื้นที่หนึ่งซ่อนเร้นอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง ลึกลับ เข้าถึงยาก ท่ามกลางการโอบล้อมของเหล่าไม้ยืนต้นที่เข้มแข็ง ประดุจเหล่าขุนพลผู้กล้าหาญบึกบึนขององค์กรทั้งหลาย ถ้าเรามีโอกาสพอที่ได้เดินเที่ยวชมเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางของป่านั้น

เรามักจะพบกับบรรยากาศที่สุขุมคัมภีรภาพของป่าไผ่ ที่อยู่ตรงใจกลางของพื้นที่ป่าทั้งมวล

ป่าไผ่โดยธรรมชาติ มักมีลักษณะจากป่าทั่วไปตรงที่ ผืนดินใต้ต้นมักจะโปร่ง ดูสะอาดสวยงามน่าเดิน ทำนองเดียวกับฉากที่พระเอกหนังจีนสู้รบกับผู้ร้ายตัวสำคัญ
อาณาบริเวณที่ว่างโดยรอบของดินที่โอบล้อมป่าไผ่จะไม่มีต้นไม้อื่นมาบดบัง หรือมีวัชพืชใดๆหาญกล้ามาขึ้นให้ดูรกเรื้อ

เพราะดังที่รู้กันว่า
ประชาชนชาวไผ่ที่ดูเงียบๆอ่อนโยนนั้น เป็นเผ่าพันธุ์ที่กินเรียบ กินรวบ คือไม่กินร่วมกับใคร

คนสวนที่รู้ความ จึงไม่ปลูกอะไรไว้ใต้ต้นไผ่

ไม้ยืนต้นใหญ่ๆก็ไม่ชอบอยู่ใกล้ต้นไผ่ หรือกอไผ่ แม้แต่กาฝากของไผ่ก็ไม่เคยมีให้เห็น

เคยได้ยินหลายคนบอกว่า ถ้าปลูกต้นไผ่ต้องระวังงู แต่สี่สิบกว่าปีที่ดิฉันรู้จักกับต้นไผ่ ไม่เคยมีสักหนเดียวที่พบว่ามีงูมาหลบในกอไผ่ หรือเลื้อยพันเกาะเกี่ยวตามกิ่งไผ่

เพราะคมเขี้ยวเล็บที่มองไม่เห็นของไผ่นั้น ไม่น่าจะถูกจริตกับงูสักเท่าใด อันนี้มิใช่ข้อมูลทางชีววิทยา แต่มาจากการสังเกตที่ยาวนาน

ดิฉันผูกพันกับต้นไผ่มาชั่วชีวิต กอไผ่ที่สนิทสนมที่สุด คือกอไผ่หน้าห้องสมุดของโรงเรียนที่บ้านเกิด

ดิฉันเรียนอยู่ที่นั่นสิบสองปีเต็ม ตั้งแต่อนุบาลถึงม.3 พอเริ่มอ่านหนังสือออก ดิฉันก็วิ่งไปเข้าห้องสมุดทุกวันตอนเที่ยง และตอนเย็น เฝ้ามองกอไผ่ด้วยสายตาแห่งมิตรภาพ แต่บางครั้งก็แอบแฝงผลประโยชน์

เคยพยายามจะเขี่ยเอาหน่อไผ่หน้าห้องสมุด ขึ้นมาลองชิม ทำทุกทางแต่ไม่สำเร็จ มิหนำซำยังโดนขนคมๆและคายของไผ่ ติดตามเสื้อผ้าและผิวกาย ทั้งคันทั้งแสบร้อนทรมานติดตัวไปในห้องเรียน กลับถึงบ้านอาบน้ำฟอกสบู่ ก็ร้องจ๊ากเพราะแสบไปทั้งตั

สัมพันธภาพอันยาวนานระหว่างดิฉันกับต้นไผ่ เป็นไปแบบชอบๆเกลียดๆ

สมัยที่บ้าปลูกต้นไม้ใหม่ๆ ไม่ศึกษาให้ดี เอาต้นไม้มาจัดสวนปลูกไว้ใกล้กอไผ่ทีไรก็ตาย หมดเงินหมดแรงไปมาก เป็นค่าโง่ในการอยู่ร่วมกับไผ่โดยไม่รู้จักคิด

ทุกวันนี้ แม้ไม่เคยได้ประโยชน์อะไรจากต้นไผ่ที่บ้าน ไม่ได้ปลูกเพื่อหวังจะขุดหน่อไม้มาทำแกงกิน นอกจากได้ชื่นชมกิ่งใบที่สวยสบายตา ก็มีภาระต้องคอยตัด รดน้ำในหน้าแล้ง และกวาดใบไผ่ที่ร่วงเยอะ ทีละเป็นกระสอบๆ ซึ่งตั้งใจมานานว่า จะเอาไปใส่ถังหมักชีวภาพ แต่ก็ไม่ได้ทำเสียที

บทบาทความสัมพันธ์ของดิฉันต่อต้นไผ่ที่บ้าน จึงเป็นได้เพียงผู้ชื่นชม และผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์

ดุจเดียวกับสถานะของดิฉันกับบรรดาต้นไผ่ในหลายๆห้องประชุม และหลายๆสังคมที่พบเจอ

แต่จะไปโทษว่าเป็นความผิดของต้นไผ่ก็คงไม่ได้ มันคงไม่ได้คิดจะเอาเปรียบอะไรใคร ธรรมชาติของมันเป็นเช่นนั้นเอง และมันก็ฉลาด น่ารัก อ่อนโยนจนพายุ ต้องยอมแพ้

คนสวนโง่ๆ อย่างดิฉัน ก็ยอม…

You may also like...