ผักชีลาว

ผักชีลาว

การใช้เวลาเล็กๆน้อยๆปลุกปล้ำกับดินหลังบ้าน ที่สิ้นไร้อินทรียวัตถุถึงขนาดที่ไส้เดือนอพยพหนี เป็นช่วงเวลาดีๆที่ดิฉันได้เรียนรู้คำตอบบางอย่างในธรรมชาติ

ดิฉันพบว่า การมีชีวิตอยู่หรือตายของต้นไม้แต่ละต้น แต่ละสายพันธุ์ อาจไม่ได้ขึ้นกับโชคลาภวาสนาหรือพรหมลิขิต แต่ขึ้นอยู่กับเจตจำนงของต้นไม้เป็นสำคัญ 

ต้นไม้บางต้นบางชนิดเลือกที่จะตาย ไม่ว่ามันจะได้รับน้ำรับปุ๋ยดีแค่ไหน แต่ถ้ามันไม่พอใจกับแสงแดดที่มากหรือน้อยเกินไป โกรธเกรี้ยวกับบรรดาหนอน แมลง และเพลี้ยที่มาคุกคาม ถึงระดับที่มันไม่อยากอยู่ต่อ มันก็เลือกที่จะตาย

ในขณะที่ต้นไม้บางต้น แทรกตัวขึ้นมามีชีวิตอยู่ได้อย่างสง่างามกลางรอยแยกของผนังปูนที่ร้อนแล้ง เพียงเพราะมันเลือกที่จะอยู

บางทีก็นึกอิจฉาต้นไม้ ที่นึกอยากจะตายก็ตายได้ตามใจชอบ ไม่ต้องรอให้หมดเวรหมดกรรมเหมือนคนเรา ที่เชื่อกันว่า การตัดสินใจจบชีวิตลงก่อนเวลาอันควรด้วยความคิดเห็นของตัวเอง เป็นความผิดบาป

ทั้งที่ดูๆแล้วก็ไม่มีใครตอบได้ว่า เวลาอันควรสำหรับความตายที่เหมาะสมนั้น คือเมื่อไหร่ และมนุษย์ก็คิดค้นหาวิธีกันมากมาย เพื่อหลีกหนีจากเวลาที่ว่านั้น

ต่างกับพืชที่อาจตัดสินใจตายเมื่อไหร่ก็ได้ที่มันอยากตาย ที่สำคัญคือมันทำตัวให้ตายเอง ไม่ต้องรอใครฆ่า หรือรอให้แก่ โดยไม่บาป และไม่ตกนรก

ผักชีลาวเป็นผักที่ดิฉันรัก คำว่ารักนี้ดิฉันตั้งใจเขียน เป็น ‘รัก’ ที่เหนือกว่า ‘ชอบ’ เพราะรักใคร่เอ็นดูมันเหมือนสัตว์เลี้ยง ถึงจะอุ้มนั่งตักไม่ได้ แต่เวลาเดินผ่านก็จะลูบใบมันเล่นด้วยความสิเนหา ทำนองเดียวกับคนลูบหัวหมาแม

ฝรั่งเรียกมันว่า dill นอกจากชอบกินมันกับอาหารอีสานและอาหารฝรั่งบางชนิด อย่างเช่น ปลาซัลมอนรมควัน

เมื่อดิฉันปลูกผักชีลาวกินเอง และได้รู้จักวิถีของผักสวนครัวชนิดนี้ ดิฉันยิ่งหลงใหลมันมากขึ้นอีก จนถึงขนาดนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะเป็นพืชที่มีฟอร์มใบสวยเก๋ ปลูกง่าย ประโยชน์เยอะ ไม่เรียกร้องอะไรจากคนปลูกและสิ่งแวดล้อมมากนัก หนอนแมลงหรือโรคพืชใดๆก็ไม่ใช่ปัญหาของผักชีลาว

ศัตรูพืชเพียงอย่างเดียวก็คือดิฉันเองที่เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำร้ายมันในเวลาที่นึกอยากกิน ก็ไปเด็ด หรือในเวลาที่มองแล้วมันชักจะรกแน่นเหิมเกริมกินพื้นที่มากไป ก็ห้ำหั่นตัดกำลังมันลงเสียบ้าง ตามวิถีการปกครองในระบอบเผด็จการ

แต่ถึงจะมีชีวิตอยู่ภายใต้อุ้งมือมาร คนสวนเผด็จการอย่างดิฉันก็ยังอุตส่าห์คิดไปเองได้ว่า พืชแบบนี้ มีวิญญาณเสรี มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องขึ้นกับใคร

แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ผักชีลาวเป็นสิ่งชีวิตที่ไม่ค่อยต้องการการดูแลอะไรมาก เหมือนกับตัวเราที่วันๆก็อยู่ได้สบายด้วยเงื่อนไขของการมีชีวิตอยู่เพียงเล็กน้อย บริโภคทรัพยากรไม่มาก ใช้ต้นทุนชีวิตอย่างประหยัด

พูดง่ายๆก็คือ เวลาจะบอกว่าอะไรดี ก็ต้องดึงมาผูกโยงไว้กับความวิเศษดีงามของตัวเองไว้ก่อน ตามประสามนุษย์ ที่มักใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์ตัดสินความดีงาม

ดุจเดียวกับผู้มีอำนาจที่จ้างช่างมาปั้นรูปเคารพหรือพระพุทธรูป ให้มีใบหน้าพิมประพายละม้ายคล้ายตัวเองนั่นแหละ

หลังจากที่รู้สึกรักชอบมันเข้าแล้ว ดิฉันก็เที่ยวหาข้อมูลมาเป็นเหตุผลสนับสนุนความต้องการของตัวเอง ที่จะปลูกมันมากขึ้น ทั้งที่รู้ว่า เยอะไปก็กินไม่หมด

แต่คิดแล้วว่า ไม่เดือดร้อนใคร โดยวิสัยของคนโลภ ซึ่งแต่ละคนก็มีความโลภและบ้าบอแตกต่างกัน บางคนอาจจะบ้าสะสมที่ดิน เพชรพลอย เงินทอง บางคนก็บ้าผักชีลาว ซึ่งล้วนแต่บ้าพอกันทั้งนั้น ไม่มีใครดีกว่าใคร แต่ใครจะดูโลภมากโลภน้อย ขึ้นอยู่กับวิธีสร้างภาพ และสร้างสะตอรี่ให้เกิดความชอบธรรมแก่ความโลภของตัวเอง

ดิฉันจึงได้ข้อมูลที่ก๊อปมาจากอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับสรรพคุณของผักชีลาว มาแปะเพิ่มเติมให้ดูขึงขัง สมกับยุคแห่งการตัดแปะลักขโมยข้อมูล ซึ่งจะจริงเท็จหรือไม่ ย่อมไม่สำคัญพอที่จะพิสูจน์ ทำนองเดียวกับข้อมูลที่เชื่อว่า พระเจ้าสร้างโลก หรือ ทำดีแล้วจะได้ดี ทำชั่วแล้วจะได้ชั่ว นั่นแหละ แต่มีแหล่งอ้างอิงคือ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี และ เว็บสำนักงานกองทุนสนับสนันการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

บอกไว้ว่า…
ผักชีลาว แก้อาการท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม แก้ปัสสาวะขัด ลดความดันโลหิตสูง ขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการหายใจ แก้หอบหืด และช่วยกระตุ้นให้มีน้ำนมในหญิงให้นมบุตรด้วย ทั้งยังช่วยแก้วิงเวียน อาเจียน เป็นลม ขับเหงื่อ ฯลฯ และอื่นๆอีกมากมายที่ถึงเขียนไปก็ขี้เกียจอ่าน

สรรพคุณยาวเหยียดขนาดนี้ ใครจะเชื่อไม่เชื่อ ก็อย่าเพิ่งรีบร้อน ควรศึกษาหาความจริงและพิสูจน์ให้มั่นใจด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด

แต่อย่างไรเสีย ประโยชน์ที่ได้แน่ๆโดยที่ยังไม่ต้องกินไม่ต้องทา
คือสีเขียวของผักชีลาวนั้นสวยสบายตาดีจริงๆ
ดิฉันพิสูจน์แล้ว

You may also like...