ย้งยี้

ย้งยี้

สิ่งที่ข้าพเจ้าเคยทำเป็นประจำหลังมื้ออาหารเที่ยงทุกจันทร์ถึงศุกร์มาเป็นระยะเวลาเกือบสองปี นับตั้งแต่ลาออกมาทำงานส่วนตัวที่บ้าน คือการรวบรวมอาหารที่เหลือไปคลุกข้าวใส่จานให้แมวจรจัดสองตัวที่มักจะมาวนเวียนอยู่นอกรั้วในยามบ่าย

ข้าพเจ้าไม่ชอบแมว ไม่เคยนึกอยากมีสัตว์เลี้ยง ลำพังแค่ภาระเลี้ยงตัวเองกับครอบครัวก็มากโข แต่เพราะเลี้ยงข้าวมันทุกวัน การที่ข้าพเจ้าจะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแมวพวกนั้นขึ้นมาบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ทั้งที่แมวทั้งสองตัวก็ไม่ยักมีทีท่าสนิทสนมหรือสำนึกในบุญคุณของข้าพเจ้าเลยสักหน อย่างมากก็เพียงตวัดสายตาเย็นชามาพร้อมกับเสียงร้องหง่าว…น่าเกลียดน่าชัง ไม่เคยแสดงอาการเคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดูอย่างในดอกสร้อยที่ท่องมาตั้งแต่เด็ก วันไหนข้าพเจ้าเอาข้าวไปวางช้ากว่าปกติ มันถลึงตาใส่วาววับราวกับเสือที่กำลังจ้องเหยื่อ ข้าพเจ้ามั่นใจว่าไม่ชอบสัตว์ชนิดนี้พอๆ กับที่ไม่ชอบหลายอย่างในชีวิตตัวเอง จึงไม่เสียใจเลยที่พบว่า วันหนึ่ง แมวทั้งสองหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ความเคยชินในชีวิตประจำวันของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปมาก นับตั้งแต่ชายหญิงคู่นั้นย้ายเข้ามาเป็นเพื่อนบ้านใหม่ในละแวกบ้าน ถ้าให้ประเมินจากภาพที่เห็นในระยะไกล ข้าพเจ้าอดที่จะคิดไม่ได้ว่า การเริ่มต้นชีวิตคู่ในวัยกระเตาะของพวกเขาน่าจะมีเหตุผลเรื่องความใคร่เป็นเครื่องชี้นำ

สัปดาห์แรกผ่านไป ข้าพเจ้าจึงได้รู้จักพวกเขาอย่างเป็นทางการ ด้วยตะกร้าผลไม้ที่ครอบครัวของเราส่งไปให้เป็นการแสดงมิตรไมตรี ชายหนุ่มชื่อป้อผู้เป็นสามี อายุเพียงสิบเก้าปี ส่วนย้งยี้ผู้เป็นภรรยา เจ้าของเรือนร่างอวบอิ่ม ผิวขาวผ่องเป็นยองใย ชอบหัวเราะเสียงดังจนอกกระเพื่อมด้วยเรื่องที่ไม่น่าขำตรงไหน อายุยังไม่เต็มสิบเจ็ด

ป้อยังเรียนปวส.ปีสุดท้ายในสาขาช่างก่อสร้าง ตกเย็นเลิกเรียนเขากลับมาบ้าน เปลี่ยนชุดนักศึกษาเป็นชุดกางเกงยีนส์เสื้อยืดสีดำไปทำงานพิเศษเป็นผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์ในร้านเหล้าแถวเอกมัย ก่อนออกจากบ้านทั้งรอบเช้ารอบเย็น ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นจะได้เห็นป้อสั่งลาย้งยี้เมียรัก ด้วยลีลาอารมณ์สุดกระสันรัญจวนราวกับขุนแผนสั่งลานางพิมไปออกศึก พวกเขารักกันมาก อยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน การแสดงออกถึงความต้องการในกันและกันจึงเป็นไปอย่างเปิดเผยเร่าร้อน บนความไร้เดียงสา ข้าพเจ้าแอบสงสัยว่า แรงดึงดูดระหว่างกันของพวกเขาเป็นไปโดยสัญชาตญาณทางเพศของวัยเจริญพันธุ์มากกว่าความรัก

ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่หน้าต่างบานใหญ่ห้องทำงานของข้าพเจ้า จะเป็นช่องรับข่าวสารความเป็นไปของหนุ่มสาวคู่นี้ ซึ่งไม่ใช่แค่การกอดจูบลูบคลำกันในยามสั่งลา ก่อนหนุ่มป้อออกไปเรียนและไปทำงาน แต่เป็นแทบทุกช่วงนาทีที่ข้าพเจ้านั่งประจำที่อยู่ตรงโต๊ะเขียนหนังสือ

บ้านหลังตรงข้ามนั้นไม่มีม่านหน้าต่าง พื้นที่เกือบร้อยตารางวาในย่านสุขุมวิท ถ้าตีราคาซื้อขายพ.ศ.นี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบล้าน เจ้าของตัวจริงย้ายออกไปนานแล้ว ทิ้งไว้เป็นบ้านเช่า รอวันมีคนมาซื้อที่ดินก็จะขาย ในระหว่างที่ไม่มีคนเช่าเขาให้ลูกจ้างคนใกล้ชิดมาอาศัยนอนและทำหน้าที่เฝ้าบ้านไปในตัว นานๆ เข้าก็กลายเป็นบ้านถาวรของคนเฝ้าบ้าน พอเจ้าของตายลง เข้าใจว่าเขาคงร่ำรวยมาก จนลืมไปว่ามีบ้านหลังนี้อยู่ในบัญชีทรัพย์สิน คนเฝ้าบ้านจึงถือโอกาสหารายได้เข้าตัวด้วยการปล่อยให้เช่าเสียเองในราคาถูกๆ เพราะตัวบ้านเก่าทรุดโทรมมากแล้ว และคนเฝ้าบ้านก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะซ่อมแซม

ตั้งแต่ข้าพเจ้าปลีกวิเวกมาเป็นนักเขียนเต็มเวลา ความสงบของชีวิตขณะที่ทุกคนในบ้านขับรถออกไปข้างนอก ได้หยิบยื่นพลังสร้างสรรค์และสมาธิให้อย่างเต็มเปี่ยม บ่อยครั้งที่ความเป็นไปในบ้านหลังตรงข้ามจุดประกายให้กับงานเขียนคอลัมน์ลงในนิตยสาร

บุคลิกของป้อก็เคยเป็นต้นแบบให้กับตัวละครในเรื่องสั้นของข้าพเจ้า เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลา แต่งตัวสะอาดสะอ้าน ผิวขาว ผมดำสนิท รูปร่างแข็งแรง ท่าทางกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว เวลาที่เขายิ้มให้กับคนทั่วไปใบหน้าคมสันนั้นดูฉลาดและมีเสน่ห์แบบเด็กๆ แต่สายตาหนุ่มป้อจะเปลี่ยนเป็นกรุ้มกริ่มคมวาววับเมื่อมองดูย้งยี้…เมียสาวของเขา

สำหรับเพศตรงข้าม ย้งยี้เป็นเด็กสาวที่ให้ความรู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวยทันทีที่ได้เห็น ดูด้วยตาเปล่าก็พอรู้ว่าหล่อนคงไม่ใช่คนเฉลียวฉลาดอะไรนัก หาไม่แล้ว หล่อนคงทุกข์โศกไม่น้อยกับชีวิตสดใสในวัยสาวที่ต้องกลายมาเป็นเมียของเด็กหนุ่มที่ยังเรียนไม่จบ ไม่มีอาชีพเป็นหลักเป็นฐานอย่างป้อ ชีวิตประจำวันของย้งยี้ค่อนข้างจะซ้ำซาก ไม่รู้ว่าเพราะพวกเขาไม่ค่อยมีสตางค์ หรือเป็นเพราะหล่อนชอบเก็บตัวอยู่แต่ในรั้วบ้าน ข้าพเจ้าไม่เห็นหล่อนโผล่ออกไปโน่นนี่เพื่อซื้อของหรือแต่งตัวออกไปทำอะไรๆ อย่างที่ผู้หญิงอยู่บ้านว่างๆ น่าจะทำกัน ชุดประจำตัวของย้งยี้ที่ข้าพเจ้าเห็นจนชินตาแต่ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่มองจึงเป็นเสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีอ่อนแนบเนื้อ ไม่มีเสื้อชั้นในมาบดบังรายละเอียดทุกส่วนสัดอันเต่งตึงของวัยสาวสะพรั่ง กับกางเกงยืดขาสั้นจุ๊ดจู๋อวดแก้มก้น คับติ้วรัดรึงทุกตารางนิ้ว ผมยาวสลวยถูกมัดรวบขึ้นไปลวกๆ อวดลำคอขาวผ่องและเนินอกอวบอิ่มน่าซุกไซ้ให้หนุ่มป้อทำท่าเหมือนจะขาดใจทุกครั้งที่ต้องลาจาก

ย้งยี้เป็นคนยิ้มง่าย หัวเราะง่ายๆ ได้กับทุกเรื่อง ทุกครั้งที่หล่อนหัวเราะก็จะสั่นไหวไปทั้งตัว และที่น่าดูชมก็คือเต้าเต่งคู่นั้นภายใต้เสื้อกล้ามบางๆ ไหวกระเพื่อมไปตามจังหวะหายใจ เห็นหัวนมน้อยๆ ชูชันแทบทะลุเนื้อผ้า หล่อนหัวเราะกับซาเล้งที่มาเก็บขยะหน้าบ้าน หัวเราะให้คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ชอบเบรคบ่อยๆให้นมกระแทกหลังแต่ไม่ยอมคิดเงินเวลาขับมาส่ง หัวเราะกับบุรุษไปรษณีย์ หัวเราะกับเพื่อนบ้านที่ผ่านมายิ้มหรือพูดทักทาย หัวเราะให้กับทุกเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง จึงไม่ผิดความคาดหมายที่หล่อนจะถูกนินทาจากเหล่าแม่บ้านปากหวานก้นเปรี้ยวในซอยเดียวกันว่าสวย แรด แต่ติงติ๊อง

ย้งยี้กับป้อไม่มีทีวีในบ้าน ความสำราญที่พวกเขามีในยามว่างของป้อคือการหาความสุขจากกันและกัน ป้อรักและหลงเมียของเขามาก พวกเขากอดจูบลูบคลำกันทุกขณะที่มีโอกาส ทุกตารางนิ้วของบ้าน โดยเฉพาะห้องรับแขกและห้องนอนที่ไม่มีม่านหน้าต่างล้วนเป็นฉากรักอันเร่าร้อนดูดดื่ม ภาพร่างกายแข็งแรงของป้อทาบทับอยู่บนร่างอวบขาวผ่องของย้งยี้ใต้แสงสีเหลืองนวลชวนให้ตื่นตะลึงพรึงเพริดและอิ่มเอมหัวใจในความงาม ณ ขณะเดียวกัน

ภารกิจถ้ำมองเป็นความลับสุดยอด สมาชิกในครอบครัวไม่ติดใจสงสัยที่ข้าพเจ้าปลีกตัวมาขังตัวเองในห้องทำงานนานขึ้นกว่าแต่ก่อน พวกเขาเข้าใจว่า ช่วงนี้ข้าพเจ้ากำลังมีอารมณ์ที่ลื่นไหล จนไม่อยากกินอยากนอนตามประสาคนทำงานเขียนหนังสือ

ย้งยี้ตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวันเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ป้อก่อนเขาออกไปเรียน หลังจากการส่งอำลาหน้าบ้านชุดใหญ่ หล่อนจะขยับทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ ซักเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น เอาไปตากบนราวกลางแจ้ง ถ้ามีเสียงออดดัง หล่อนก็จะวิ่งอกกระเพื่อมมารับจดหมายจากบุรุษไปรษณีย์ หรือทักทายกับคนขับซาเล้ง ก่อนจะกลับเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ้านพอเป็นพิธี ควบคู่ไปกับการร้องเพลงอะไรไม่รู้ด้วยเสียงหลงผิดคีย์ที่ฟังดูน่าขันไม่เป็นภาษาคน เสร็จกิจรอบเช้า หล่อนก็จะหายเข้าไปในบ้าน อาบน้ำแต่งตัวใหม่สะอาดเอี่ยม ในชุดเปิดเผยแบบเดิมๆ ทุกวัน จนน่าคิดว่าหล่อนคงไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์แบบอื่นเลยในตู้เสื้อผ้า หรืออาจจะไม่มีตู้เสื้อผ้าเลยก็เป็นได้ ออกมาเรียกซื้อของกินจากพ่อค้าแม่ค้ารถเข็นที่ผ่านไปมาหน้าบ้านในยามเที่ยง กินเสร็จก็ล้างถ้วยชาม นอนเล่นไขว่ห้างเปิดพัดลมอ่านหนังสือดาราอยู่บนโซฟาเก่าๆ ในห้องรับแขก บ่ายแก่ๆ ย้งยี้ก็จะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ เก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้มาพับและรีด เสร็จงานรีดผ้า หล่อนก็เอกเขนกนอนอ่านหนังสือต่อไปจนเย็น รอผัวกลับมาหอมซ้ายหอมขวา พากันไปอาบน้ำ เล่นสนุกกันตามประสาผัวเมียในห้องนอนบ้าง ห้องรับแขกบ้าง กินอาหารถุงที่ป้อหิ้วมาจากข้างนอก ครบกระบวนการแล้ว ป้อก็จะออกไปทำงานกลางคืน เป็นไปอย่างนี้เหมือนกันแทบทุกวันตลอดจันทร์ถึงศุกร์

นรกหรือสวรรค์ก็ไม่รู้ที่ทำให้ร่างขาวอวบของย้งยี้มานอนอ้าซ่าอยู่ในห้องรับแขกบ้านข้าพเจ้า เริ่มจากบ่ายวันหนึ่งหล่อนมาคุ้ยกองขยะหนังสือเก่าที่ข้าพเจ้ารื้อออกไปทิ้งหน้าบ้าน ปกนิตยสารต่างประเทศมีรูปนางแบบสวยๆ ดึงดูดสายตา ข้าพเจ้าเฝ้าดูย้งยี้นั่งยองๆ อยู่กับขยะหนังสือกองโตพักใหญ่จึงตัดสินใจเปิดประตูรั้วออกไปทักทาย เมื่อนั้นจึงได้รู้ว่า หล่อนไม่ใช่คนไทย สำเนียงชาวไทยใหญ่พอจะอธิบายได้ถึงเหตุผลที่ย้งยี้ไม่ออกไปไหน วันต่อมาข้าพเจ้าชวนหล่อนเข้ามาข้างในบ้าน อนุญาตให้หล่อนนั่งเล่นดูหนังสือที่มีอยู่มากมายในห้องรับแขก  จึงได้รู้เพิ่มขึ้นอีกว่า นอกจากหล่อนเป็นคนต่างด้าวหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย อ่านหนังสือไทยไม่ออก ดูได้แต่รูปภาพ หล่อนยังเป็นคนไม่ฉลาด หรือจะว่าโง่ก็ไม่เกินเลย

แค่ข้าพเจ้าบอกว่า มีอาชีพเป็นนักเขียน ย้งยี้ก็ทำตาโตอย่างทึ่ง แล้วก็หัวเราะจนนมแทบกระฉอกตามสไตล์ ด้วยเหตุผลที่ข้าพเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจ ข้าพเจ้ายื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้ดื่ม หล่อนก็รับไว้ด้วยท่าทางดีใจเกินพอดี พร้อมกับหัวเราะระริกระรี้ทำท่าขวยอายก่อนจะเปิดกระป๋องจิบอย่างชอบใจ

แดดบ่ายฟุ้งเข้ามาทางหน้าต่างทิศใต้ ผ่านม่านโปร่งแสงนุ่มนวลตา โซฟาหนังลูกวัวฟอกสีน้ำตาลเข้มที่มีเนื้อหนังผุดผ่องของย้งยี้ทาบทับอยู่โดยมีฉากหลังเป็นตู้หนังสือไม้เก่าสีโอ๊คดำเป็นภาพที่น่ามอง ข้าพเจ้าขอให้หล่อนนั่งนิ่งสักครู่ จะไปเอากล้องมาถ่ายรูปสวยๆ ให้ดู ย้งยี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แม้จะไม่พูดไม่จา ข้าพเจ้าก็เห็นความดีใจมากมายในอาการขวยเขินของหล่อน

ย้งยี้ชอบถูกถ่ายรูป ถึงหล่อนจะโง่ แต่ก็รู้ว่าตัวเองสวย หล่อนหันซ้ายเอียงขวาให้ข้าพเจ้ากดชัตเตอร์อย่างสนุก เมื่อเปลี่ยนท่าโน้นท่านี้จนหมดมุข ข้าพเจ้าเปิดหนังสือที่มีภาพนางแบบโพสต์ท่าต่างๆให้ดู ย้งยี้มองตามอย่างสนใจ แต่แล้วก็ทำหน้ากร่อย ก้มลงมองเสื้อสายเดี่ยวราคาถูกๆกับกางเกงยืดขาสั้นกุดที่ตัวเองใส่ ถอนหายใจใหญ่

“ว้า…คูพี่…ถ่ายาไงหนูโก้ม่ายโสยโหลก ชุแบะนี้”

ข้าพเจ้ามองดูหัวนมแหลมๆที่ดันเสื้อบางจ๋อยของหล่อนออกมาแล้วคิดตรงกันข้าม แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงที่อยากแต่งชุดสวยๆเวลาถ่ายรูป จึงไม่รู้จะพูดอะไร ย้งยี้หันซ้ายหันขวามองหาดูนาฬิกาที่ข้างฝา เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาที่สามีสุดที่รักกำลังจะกลับบ้าน หล่อนก็สะดุ้ง ปิดหนังสือ ลุกยืนขึ้นอย่างเร็ว “หนูโต้ไปละคูพี่ ข่อคูนะคะ” ย้งยี้บอกลาด้วยเสียงตื่นๆ ก่อนที่จะออกเดินแกมวิ่งออกไป มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังก่อนเปิดประตูรั้วบ้านข้าพเจ้าแล้ววิ่งตื๋อไปเข้าบ้านตัวเอง

ในอีกไม่นาน ป้อก็กลับถึงบ้าน ภาพเดิมๆ ที่คุ้นตาถูกฉายซ้ำเช่นเดียวกับทุกวัน ข้าพเจ้าเปิดดูรูปภาพของย้งยี้ในกล้อง เกือบทุกภาพมีรอยยิ้มแปลกๆ กับแววตาที่สดใสแต่มองลึกๆ กลับเหมือนไร้อารมณ์ อธิบายไม่ถูกว่าเป็นแววตาใสซื่อแบบเด็ก หรือแววตาของสัตว์ที่ไม่เข้าใจภาษาคน

ย้งยี้อาจดูไม่ฉลาดนัก แต่ข้าพเจ้าพบว่าหล่อนไม่ได้โง่เสียทีเดียว เพราะหล่อนไม่ได้บอกให้ป้อรู้เรื่องที่เข้ามานั่งเล่นในบ้านข้าพเจ้าตอนที่ผัวไม่อยู่ มันคงเป็นความฉลาดโดยสัญชาตญาณ

และแล้วก็กลายเป็นว่า ความคุ้นชินสิ่งใหม่ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในชีวิตวันทำงานของข้าพเจ้า คือภารกิจในการเตรียมหนังสือที่มีรูปภาพสวยงามและน่าสนใจเอาไว้เพื่อรอการมาเยือนของย้งยี้ ซึ่งเปรียบได้กับการหาความสำราญยามพักเที่ยงด้วยการเดินช้อปปิ้งของพนักงานออฟฟิศ ส่วนความสุขของหล่อนคือการได้แวะเข้ามาขลุกเพื่อดื่ม กิน นั่งๆนอนๆ สักชั่วโมงสองชั่วโมงยามบ่าย ดูหนังสือแฟชั่นที่ส่วนใหญ่จะมีภาพเนื้อหนังมังสามากกว่าเสื้อผ้าด้วยความเพลิดเพลินบนโซฟาแสนสบาย สลับกับการโพสต์ท่าให้ข้าพเจ้าถ่ายรูปบ้างเป็นระยะๆ

ความสนิทสนมที่เพิ่มขึ้นทำให้หล่อนกล้าที่จะออกท่าทางตามใจช่างภาพมากขึ้น ย้งยี้เรียนรู้ที่จะโพสต์ท่าเซ็กซี่ยั่วยวนในแบบเก๋ไก๋ตามรูปในหนังสือที่เธอชอบ และข้าพเจ้าคิดว่าหล่อนมีพรสวรรค์ทางนี้อยู่พอสมควร แววตาไร้เดียงสาเปลี่ยนเป็นแววตาอีกชนิดหนึ่งที่มีมนตร์ดึงดูดคล้ายกับการจ้องสะกดจิต

คงเป็นแววตาเช่นนี้เองที่เคยทำให้ป้อไม่กลับบ้านผิดเวลา แต่เพราะข้าพเจ้าก็อยู่ในโลกนี้มานาน จึงพอที่จะรู้และเข้าใจว่า เวทมนตร์พรรค์นี้ไม่จีรังเช่นเดียวกับความสวยสดของหญิงสาวและดอกไม้  อย่างไรก็ดี ในฐานะมนุษย์ผู้บริโภคความงาม การละเลยไม่ใส่ใจดอกไม้ที่กำลังแย้มกลีบสะพรั่งย่อมเป็นความขลาดเขลาประการหนึ่ง

คงเป็นเพราะเรียนหนักหรืองานยุ่ง หลังๆ ข้าพเจ้าเห็นป้อกลับบ้านน้อยครั้งลงกว่าเดิม จากที่เคยมาตอนเย็นกับตอนค่ำ เขากลับมาเฉพาะตอนดึก และบางวันก็ไม่กลับบ้าน แต่กิจกรรมประจำวันของย้งยี้ก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก

การพูดการจาด้วยภาษาไทยที่ไม่แข็งแรงของหล่อนออกจะเป็นอุปสรรคระหว่างเรา ความเงียบจึงเป็นสิ่งงดงามที่สุดในการสื่อสาร แม้ว่าส่วนหนึ่งจะต้องอาศัยการเดาและจินตนาการบ้าง แต่ก็เป็นจินตนาการที่ทำให้เป็นสุข ข้าพเจ้าเดาว่าย้งยี้ก็คงไม่ต่างกัน หล่อนเข้ามาหาข้าพเจ้าเหมือนสัตว์จรจัดที่พร้อมจะยอมตัวเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ ให้กับคนที่เมตตาให้ข้าวให้น้ำ ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของในตัวย้งยี้ อบอุ่นคุ้นเคยกับการเคล้าคลอกันในความคิด โดยไม่เคยสัมผัสร่างกายของหล่อน

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ความปรารถนาที่เก็บรักษาไว้อย่างดีต่างหาก จะเป็นสิ่งที่รัดรึงคนเราไว้ด้วยกันแน่นแฟ้น มิใช่การปลดเปลื้องความต้องการใส่กัน เพื่อรอวันหน่ายแหนงแล้วจากลา ยิ่งเป็นความปรารถนาที่ซุกซ่อนไว้อย่างลึกลับ ก็จะยิ่งมีพลังแรงกล้าและยาวนาน

ย้งยี้ชอบถ่ายรูปมาก หล่อนเสนอตัวเป็นแบบให้ข้าพเจ้าถ่ายรูปอีกหลายครั้งในเสื้อผ้าชุดเดิมๆ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องจัดภาพให้ออกมาดูดีเหมือนนางแบบในนิตยสาร ข้าพเจ้าบอกหล่อนว่า ข้าพเจ้าสามารถถ่ายหล่อนให้สวยได้อย่างในหนังสือนั่นแหละ เพราะนอกจากข้าพเจ้าจะมีอาชีพเป็นนักเขียนแล้ว ข้าพเจ้ายังเป็นช่างภาพด้วย ผลงานของข้าพเจ้ามีทั้งภาพนิ่งและหนังสั้น ข้าพเจ้าพาย้งยี้เข้ามาดูภาพที่ข้าพเจ้าถ่ายในคอมพิวเตอร์ที่ห้องทำงาน หล่อนตื่นเต้นกับอุปกรณ์ต่างๆ ในห้อง หยิบโน่นจับนี่ด้วยอาการตื่นเต้นซุกซนเหมือนเด็กๆ ข้าพเจ้าสอนให้ย้งยี้กดคีย์บอร์ดไล่ดูภาพถ่ายไปทีละภาพ หล่อนชอบใจที่ได้นั่งโต๊ะคอมพิวเตอร์ ย้งยี้นั่งตัวตรงเป๊ะ ดวงตาวาววับแทบไม่กะพริบ ถ้านางแบบนุ่งน้อยห่มน้อยในรูปมีชีวิตขึ้นมาก็คงเขินน่าดูที่ถูกหล่อนมองขนาดนั้น

ข้าพเจ้าเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ ย้งยี้หันมองหาที่มาของเสียง ทำตาโตเมื่อเห็นลำโพงขนาดจิ๋วรูปร่างสะดุดตา แล้วกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะหยุดสายตาที่กรอบรูปมากมายบนชั้นหนังสือ

“แฟนคูพี่หน้าตาดีจัง ลู่ๆ ท้างโสงโคนโก้น่าล้า”

ภาษาพิลึกพิลั่นของหล่อนฟังแล้วรำคาญแต่ไม่ยากเกินเข้าใจ ข้าพเจ้าพยักหน้ารับ ส่งชุดสวยในไม้แขวนเสื้อให้ย้งยี้รับไปถือไว้สองชุด

“ย้งยี้เอาไปลองดูสิ อยากใส่ชุดสวยถ่ายรูปไม่ใช่เหรอ” หล่อนยิ้มรับตาเป็นประกาย

“หนูช่อชู้นี้” ย้งยี้เลือกชุดแสกสั้นสีงาช้าง เนื้อผ้าบางแต่มีน้ำหนักทิ้งตัวลงพลิ้วสวย เมื่อสวมใส่ก็จะแนบเนื้ออวดรูปร่างเต็มที่

จินตนาการภาพของหล่อนในชุดสวยทำให้ข้าพเจ้าครึ้มใจ เมื่อคิดถึงแสงนุ่มละมุนที่จะแทรกผ่านผ้าเนื้อบางจนมองทะลุเห็นผิวผ่องและเส้นสายส่วนโค้งเว้าของหญิงสาว ถ้าข้าพเจ้าจะเร่งแอร์อีกนิดเพื่อให้หัวนมของหล่อนชูชันขึ้นเพราะความเย็นจนขนแขนลุกน้อยๆ โดยมีแสงส่องเข้าจากด้านหลัง เป็นรูปเงางดงาม คงได้ภาพที่สวยระทึกอารมณ์ยิ่งขึ้น

ทว่าย้งยี้กลับทำให้ข้าพเจ้าสะดุ้งและผิดหวังโดยอัตโนมัติ เมื่อเธอถอดเสื้อสายเดี่ยวออกเปลือยอกอล่างฉ่าง

ตามด้วยถอดกางเกงขาสั้นเปลือยท่อนล่าง !!

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าเห็นร่างเปลือยของเธอ แต่การแอบดูกับการเปลือยกายให้ดูซึ่งหน้านั้นให้ความรู้สึกต่างกัน สายตาท้าทายกับริมฝีปากที่คลี่ยิ้มของหล่อนกำลังสื่อสารถ้อยคำนับพัน ย้งยี้ยืนเท้าสะเอวนิ่งไม่ไหวติง

ด้วยแววตาแบบนั้น…ข้าพเจ้ามั่นใจว่าย้งยี้รู้อยู่แก่ใจดีว่า ข้าพเจ้าเคยแอบดูเธอทางหน้าต่างนับร้อยครั้ง

มันเป็นรอยยิ้มเยาะหรือยิ้มเพื่ออะไรกัน

แต่จะอะไรก็ช่างเถิด ผู้หญิงคนนี้ไม่มีสิทธิ์มาทำลายความสุนทรีย์ใดๆ ในชีวิตของข้าพเจ้า !!

“ย้งยี้ จะเปลี่ยนชุดก็ไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำสิ ถอดตรงนี้ก็โป๊แย่”

“ม่าเปไลคูพี่ หนูม่าถือ” ย้งยี้ยังคงเปลือยอ้าซ่าอยู่อย่างนั้น ชุดสวยพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ ไม่มีทีท่าว่าหล่อนจะหยิบมาสวมใส่ ย้งยี้ยังคงยืนเท้าสะเอว บิดซ้ายบิดขวามองดูตัวเองไปมาอยู่หน้าประตูกระจก

“ถ่าลู่แบบแก้ผ้าก็ได้น้าคูพี่ หู่นหนูโก้โสยดีเอาะ”

“ไม่เอาล่ะ พี่ไม่ชอบถ่ายรูปโป๊ พี่เป็นช่างภาพศิลปะ ถ่ายแฟชั่น ไม่ใช่ช่างภาพนู้ด ย้งยี้ใส่ชุดที่พี่ให้ซะดีกว่า”

ย้งยี้ส่ายหัวแรงเหมือนเด็กถูกขัดใจ หน้าตาสวยใสไร้เดียงสาเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงชนิดที่ข้าพเจ้าไม่เคยเห็น แววตาเกรี้ยวกราดวาววับขึ้นอย่างน่ากลัวเหมือนสัตว์ร้าย

มันคือดวงตาของแมว!!!

ใช่แล้ว…แมวนั่นเอง

แมวที่กำลังโกรธเกรี้ยวจะมีดวงตาวาววับเช่นนี้

แมวที่ชอบเคล้าเคลียเอาใจ จะมีดวงตาที่ว่างเปล่าเย็นชา

“ทามายม่ายอาวล่าคูพี่ หนูลู้น้าว่าคูพี่ช่อแบ่นี้ คูพี่เปนทอม คู่พี่ช่อหนู อยากอาวหนู” ย้งยี้พาร่างขาวโพลนย่างสามขุมเข้ามาใกล้ หัวใจของข้าพเจ้าเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความโกรธ

เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้น ประดุจสัญญาณช่วยชีวิต มันเป็นเบอร์ของบก. จากสำนักพิมพ์   ข้าพเจ้ารีบคว้าโทรศัพท์แล้วเดินออกไปที่ห้องรับแขก ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะรับสายดีหรือไม่

โทรศัพท์ดังเกือบสิบครั้งแล้วจึงวางสายไป เพราะคนที่โทรมาสนิทกันมากจนรู้ว่า ร้อยทั้งร้อยข้าพเจ้าจะต้องรับสาย เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ

เสียงย้งยี้เดินลงส้นตามหลังมา ข้าพเจ้าไม่กล้าหันไปมอง กลัวหล่อนจะโกรธจนแก้ผ้าเดินออกไปนอกบ้าน บทจะน่ากลัว ผู้หญิงคนนี้ก็น่ากลัวจนใจหาย แต่โชคดีที่หล่อนใส่เสื้อผ้าชุดเก่งเรียบร้อยแล้ว ในมือถือกรอบรูปสีเงินออกมาด้วย

“ผัวคูพี่โคงม่ายลู้หล่อว่าคูพี่เปนทอม…แต่หนูลู้!!!”

ย้งยี้กระแทกกรอบรูปครอบครัวของข้าพเจ้าลงบนโต๊ะรับแขก จนกระจกร้าวเป็นแนวยาว ก่อนจะเดินลงส้นโครมๆ ออกไปจากบ้านตามด้วยเสียงกระแทกประตูรั้วดังโครมใหญ่

ข้าพเจ้าสาบานกับตัวเองว่า จะไม่มีวันเก็บแมวตัวไหนมาชุบเลี้ยงอีก

แมวไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคน

คนต่างหากที่เป็นสัตว์เลี้ยงของแมว!!!

*************************************************************************************************

ผู้เขียน : วีร์วิศ

วันที่  7 กันยายน 2553

You may also like...