Change or Die

ท่ามกลางข้อมูลข่าวสารที่มากมาย มีเรื่องพื้นๆหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราโดยตรงแต่เราไม่รู้ เช่น ถ้ามีใครถามว่า รายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยในปีหนึ่งๆคือกี่บาท ไทยเราเป็นประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยอยู่ระดับที่เท่าใดในอาเซียน ประเทศที่คนมีรายได้สูงสุดในโลกคือประเทศอะไร ทำไมเขาถึงมีรายได้มากขนาดนั้น ก็คงมีไม่กี่คนที่จะตอบได้ ซึ่งบางคนที่ไม่สนใจจะรู้ ก็อาจจะยักไหล่แล้วบอกว่า รู้ไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา…ชีวิตเราก็ยังดำเนินไปเหมือนเดิม

อาจมีบางวันที่คุณอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมคนบางคนที่ร่ำรวยอยู่แล้วจึงร่ำรวยมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ  เพราะอะไร คนบางคนถึงยากจนลงไปเรื่อยๆ อาจมีบางวันที่คุณเองก็ไม่กล้าคิดให้ละเอียดลึกซึ้งนักว่า การดำเนินชีวิตไปตามครรลองที่คุ้นเคยประจำวันอย่างที่คุณทำอยู่ แท้ที่จริงแล้วจะนำชีวิตคุณไปสู่สถานะทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นอย่างเป็นเหตุเป็นผล หรือทำให้คุณมีสถานะที่ตกต่ำลง

คุณคงไม่อยากเชื่อและไม่อยากฟังว่า หากตัดเอาตัวเลขรายได้ของตระกูลร่ำรวยสุดๆในประเทศออกไปจาก GDP จริงๆแล้วคนไทยส่วนใหญ่กำลังตกอยู่ในสถานะยากจนลง สวนทางกับที่ผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศซึ่งเคยยากจนกว่าหรือมีรายได้ต่อหัวน้อยกว่าไทย กำลังมีแนวโน้มที่จะรวยขึ้นเรื่อยๆ เพราะอัตราการเติบโตของ GDP เขาเหนือกว่าเรา

ทุกวันนี้ ต่อให้คุณเป็นคนที่ไม่ช่างสังเกตและไม่มีความสนใจในสิ่งรอบตัวเอาเสียเลย แต่ถ้าคุณเป็นประชากรของเมืองใหญ่ๆทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ คุณก็คงเป็นคนหนึ่งที่พบว่า พื้นที่แทบทุกตารางกิโลเมตรรอบตัวคุณจะต้องมีชาวต่างชาติเป็นส่วนผสมอยู่อย่างน้อยที่สุดสิบเปอร์เซ็นต์ ยิ่งถ้าเป็นย่านที่เจริญมากๆ หรือเป็นย่านธุรกิจ คุณอาจพบว่ามีสัดส่วนของชาวต่างชาติเจือปนอยู่มากกว่า 30% หรือบางทีอาจจะมากกว่านั้น แต่บางส่วนอาจมีรูปโฉมที่เห็นชัดว่าเป็นคนต่างชาติหรือเป็นนักท่องเที่ยว และบางส่วนก็ดูไม่ออก จนคุณนึกว่าเขาเป็นคนไทย

คุณอาจเป็นหนึ่งในคนมากมายที่ได้ยินเรื่องราวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือAEC ผ่านสื่ออยู่ทุกวัน แต่ยังนึกภาพไม่ค่อยออกว่า มันจะมีผลอะไรต่อชีวิต รวมไปถึงต่อสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของคุณในวันนี้หรือวันหน้า

คุณอาจจะรู้แค่ว่า จากนี้ไป…การถือแค่พาสปอร์ตเล่มเดียวกับบัตรเครดิตก็สามารถเดินทางไปได้ง่ายๆหลายสิบประเทศ และบางคนอาจคิดถึงการออกไปเที่ยว ‘เมืองนอก’ แบบใกล้บ้านในราคาย่อมๆ ในช่วงวันหยุดแต่ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น

คุณรู้ว่าความสะดวกสบายของการขนส่งโทรคมนาคมที่ย่อโลกให้เล็กลง เปลี่ยนการเดินทางข้ามประเทศที่เคยเป็นเรื่องยุ่งยากลำบากให้กลายเป็นเรื่องง่ายแสนสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าสมัยก่อนจนเทียบกันไม่ได้ แต่คุณอาจไม่ได้ใส่ใจว่า การเปิดเสรีทางการค้า และการลดขั้นตอนที่ซับซ้อนของการเคลื่อนย้ายประชากร แรงงาน และเงินทุนจากประเทศหนึ่งไปประเทศหนึ่ง จากการที่รัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาแทบทุกประเทศต่างต้องการกระตุ้นให้มีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาเปิดธุรกิจในประเทศของตนเยอะๆ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต รัฐมีรายได้ และคนในประเทศมีงานทำนั้น จะส่งผลอย่างไรต่อตัวคุณ นอกเหนือไปจากความหงุดหงิดปนขัดใจ เวลาฝูงนักท่องเที่ยวจีนเบียดคุณในไลน์บุฟเฟต์ ความรำคาญปนเอ็นดูเวลาสั่งอาหารตามร้านแล้วพบว่าบริกรพูดภาษาไทยไม่ค่อยจะได้ รวมไปถึงความขุ่นใจเวลาที่โดนฝรั่งและคนไทยด้วยกันดูถูกดูแคลนเมื่อเราพูดภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องในประเทศของเราเอง

และคุณมักแก้ตัวว่า นั่นเป็นเพราะไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นฝรั่งโว้ย … (แต่เราเคยเป็นเมืองขึ้นพม่านะ)

การเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของ 10 ประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2559 ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่ใกล้ตัวและเกี่ยวข้องกับเราทุกคนอย่างมหาศาล แต่น่าเสียดายที่คนไทยผู้ได้ประโยชน์หรือเข้าใจถึงโอกาสและความเสี่ยงจริงๆของการเป็นส่วนหนึ่งของ AEC นั้นกลับมีไม่มาก แม้รัฐบาลจะพยายามประชาสัมพันธ์ถึงเรื่องนี้ ก็ดูจะไม่ช่วยเปิดหูเปิดตาคนส่วนใหญ่สักเท่าไหร่

ถ้าไม่นับนักลงทุนรายใหญ่ที่มีการขยายการลงทุนและมีการทำธุรกิจข้ามชาติทั้งในภูมิภาคอาเซียนและประเทศอื่นๆอยู่แล้ว การตื่นตัวรับรู้ถึง AEC ในระดับชนชั้นกลางหรือล่างก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากไปกว่าความคุ้นเคยกับภาพของแรงงานต่างด้าวที่กระจายอยู่ทั่วไปทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ทั้งที่ความจริงมีข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ 7 วิชาชีพ คือ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ วิศวกร นักบัญชี สถาปนิก นักสำรวจ และกลุ่มบริการ 4 สาขา  คือ การท่องเที่ยว สุขภาพ การบิน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งหมายถึง ‘โอกาส’ ที่คนไทยเราจะได้รับอย่างเปิดกว้างมากขึ้นในการออกไปหางานหรือลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างเสรี

พูดง่ายๆก็คือ ถ้าสมมุติคุณลงทุนเปิดธุรกิจอะไรสักอย่าง เช่น เปิดศูนย์การแพทย์ที่ให้บริการเฉพาะในไทย คุณจะมีโอกาสได้เงินจากคนไทยประมาณ 70 ล้านคน แต่ถ้าคุณขยายบริการไปทำตลาดทั่วอาเซียน คุณจะมีโอกาสได้เงินจากคนประมาณ 700 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 8-9 % ของประชากรทั้งโลก นั่นคือตลาดของคุณจะโตขึ้นนับสิบเท่า

แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณอยู่เฉยๆ ไม่คิดเปลี่ยนแปลงอะไร โอกาสนี้จะพลิกกลับมาเป็นวิกฤต เพราะคู่แข่งของคุณก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จะมีคนอาชีพเดียวกันจากนับสิบประเทศตบเท้าเข้ามาแย่งงานของคุณ ถ้าคุณไม่มีศักยภาพพอที่จะออกไปแข่งขันในตลาดที่ใหญ่ขึ้น นั่งทำอะไรซ้ำๆเดิมๆไปวันๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่พัฒนาตัวเอง คุณก็มีความเสี่ยงที่จะยากจนลง

สินค้าหรือบริการในธุรกิจของคุณจะกลายเป็นสิ่งล้าสมัย มูลค่าของธุรกิจของคุณจะเล็กลง เค้กชิ้นงามๆที่คุณเคยได้รับส่วนแบ่งจากตลาดในประเทศจะมีคู่แข่งจากนานาชาติมารุมตัดแบ่งจนกลายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ หากคุณไม่คิดจะขยับทำอะไรที่ต่างไปจากที่เคยชิน นี่จึงเป็นเหตุผลแรกว่า ทำไมคนบางคนจึงรวยขึ้นทุกวัน และทำไมคนบางคนจึงจนลงทุกวัน เมื่อโลกเข้าสู่ระบบตลาดเสรี ทั้งที่ต่างก็คนต่างก็คิดว่าตัวเองทำงานหนักเหมือนกันและใช้เวลากับงานใกล้เคียงกัน

ทุกเช้าเย็นบนรถไฟฟ้า คุณสังเกตว่า คนต่างชาติที่โหนราวอยู่ข้างๆคุณจำนวนมากมาย ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เอาเงินมาเข้าประเทศให้คุณอย่างเมื่อก่อน แต่เป็นคนที่มาอยู่ มาทำมาหากิน มาแบ่งปันตำแหน่งงาน แบ่งปันโอกาส ความก้าวหน้า ผลกำไร ชื่อเสียง เกียรติยศ ความสำเร็จ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมในประเทศของคุณ ผ่านการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ โดยที่คุณเองไม่มีความพร้อมอะไรเลยกับการแสวงหาโอกาสและข้อได้เปรียบใดๆจากการเปิดเสรีนั้น เพราะคุณก็เป็นเหมือนคนไทยอีกมากมายที่ไม่มีปัญญาจะออกไปหากินนอกบ้าน ไม่ว่าจะด้วยอุปสรรคด้านภาษาหรือเพราะคุณอาจคิดว่าตัวเองไม่เก่งพอที่จะออกไปเป็นแรงงานฝีมือข้ามชาติ หรือคุณอาจไม่รวยพอที่จะไปลงทุนข้ามชาติ  และคุณอาจยังไม่ลำบากหรือมีแรงกดดันมากพอจะลดตัวไปเป็นแรงงานไร้ฝีมือข้ามชาติ เหมือนคนพม่าคนฟิลิปปินส์หรือคนจีนในยุคเสื่อผืนหมอนใบที่พร้อมทิ้งชีวิตในบ้านเกิดเมืองนอนไปตายเอาดาบหน้า คุณจึงได้แต่ยืนตัวลีบปวดแสบปวดร้อนกับสภาวะด้อยโอกาสในประเทศตัวเอง

สิ่งเดียวที่จะทำให้รอดได้คือการเปลี่ยนแปลงตัวเอง … โดยไม่ต้องรอหวังพึ่งรัฐบาล อย่าหวังพึ่งศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้พระสยามเทวาธิราชท่านลาพักร้อนไปเรียนภาษาอังกฤษกับภาษาจีน คุณพึ่งใครไม่ได้แล้ว นอกจากพึ่งตัวเอง… ที่นี่ บัดนี้

ไม่เช่นนั้น คุณจะไม่มีอะไรเหลือ นอกจากความสงสัยปนโกรธ ว่าทำไมรถติดมากขึ้น รถไฟฟ้าแน่นขึ้น คอนโดแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น หางานยากขึ้น รู้สึกอึดอัดมากขึ้นจากการที่ผู้คนจากต่างแดนหลั่งไหลเข้ามาเบียดเสียดเยียดยัดแย่งโอกาสที่เคยมีเหลือเฟือรอบตัวคุณ

และถ้าคุณคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร ได้แต่ยืนนิ่งตัวชาให้เขาเบียดไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดคุณก็จะถูกบีบอัดจนตัวหดเหี่ยวเล็กลงเหลือกระจิ๋วเดียว พร้อมกับความน้อยเนื้อต่ำใจในความอับโชควาสนาหรืออะไรก็ตามแต่ที่คุณจะกล่าวโทษ

เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิด กับการไม่ได้ทำอะไรที่ควรทำ เมื่อถึงเวลาที่โลกเปลี่ยน

You may also like...