Punishment & Reward

รู้จักการให้รางวัลและลงโทษตัวเอง อย่างสร้างสรรค์

คงไม่ใช่เรื่องผิดและแปลกอะไรที่คนเราจะให้รางวัลตัวเองบ้าง หลังจากการทำงานอันเหนื่อยหนัก จึงเป็นเหตุผลให้ร้านอาหาร ร้านเหล้า และร้านค้า แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มาเฉลิมฉลอง ด้วยการกิน ดื่ม และช้อปปิ้งอย่างหนักหน่วง เพื่อให้รางวัลชีวิตด้วยเงินเดือนที่บางคนอาจยังไม่ชัวร์ว่าจะมีพอใช้ไปจนถึงปลายเดือนหรือเปล่า และสิ่งที่ตามมาจนเป็นปัญหาสุดคลาสสิกคือภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินเก็บหรือเงินออมเหลือเท่าไหร่ยังไม่ต้องพูดถึง เพราะแค่เงินจะใช้ก็ไม่พอเสียแล้ว

 

การให้รางวัลชีวิตแบบพร่ำเพรื่อโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ในอีกแง่หนึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการลงโทษตัวเอง โดยเฉพาะคนที่นิยมการตบรางวัลตัวเองด้วยการอาหารมื้อใหญ่เกินพอดีนี่ยิ่งแล้ว เพราะนอกจากจะทำให้กระเป๋าแฟบลงรวดเร็วอย่างน่าใจหาย น้ำพักน้ำแรงที่ลำบากมาทั้งเดือนส่วนหนึ่งหายวูบลงท้องไปจบที่โถส้วมอย่างไร้ค่ายังไม่พอ ยังกลายเป็นไขมันส่วนเกินเอาไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย และอุดตันในหลอดเลือด แม้การกินจะเป็นความสุขของชีวิต แต่ก็เป็นบ่อเกิดของความทุกข์อีกนับไม่ถ้วน จนมีคนปากจัดแอบส่งเสียงเตือนใจแบบเจ็บๆว่า คนไม่ใช่สุนัข ที่จะต้องมีอาหารมาล่อหรือเป็นรางวัลเมื่อทำสิ่งใดสำเร็จ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเมื่อถึงวันเงินเดือนออก วงจรการให้รางวัลชีวิตด้วยการลงโทษก็วนกลับมาอีกจนได้

 

ถ้าคุณเป็นคนที่มีรายรับมากเกินรายจ่ายหลายเท่า มีเงินออมและสินทรัพย์ในระดับที่จัดว่ามั่นคงแล้ว การเฉลิมฉลองในวาระที่ต้องการย่อมไม่ทำให้คุณเดือดร้อน เพราะถือว่าคุณได้ประสบความสำเร็จผ่านการต่อสู้แข่งขันที่คู่ควรแก่การให้รางวัลตัวเองเป็นอะไรก็ได้ที่คุณปรารถนา แต่สำหรับคนที่ยังต้องทำงานหนักหาเงินใช้แบบเดือนชนเดือน มีหนี้บัตรเครดิตที่ต้องเอาเงินในอนาคตมาจ่าย ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ซึ่งคำนวณผลต่างระหว่างรายรับกับรายจ่ายแล้วได้คำตอบที่น่าหวาดเสียว คุณย่อมไม่มีเหตุผลสมควรเลยที่จะฉลองการทำงานวันสุดท้ายของเดือน หรือวันรับเงินเดือน อย่างฟุ่มเฟือยไร้สติ ต่อให้คุณทำงานหนักแสนเข็ญหรือก้าวผ่านเดือนนั้นๆมาด้วยความยากลำบากแค่ไหนก็ตาม เพราะความจริงคุณยังไม่ได้สำเร็จอะไรเลย จึงไม่คู่ควรกับรางวัลชีวิตใดๆทั้งนั้น

ในทางกลับกัน คุณควรจะหาทางลงโทษตัวเองเสียด้วยซ้ำ ที่กราฟชีวิตในเดือนนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมา ด้วยการทำอะไรเพื่อหาสิ่งชดเชยให้ผลลัพธ์ของชีวิตดีขึ้น เช่น หางานพิเศษทำ หรือเอาเงินส่วนที่คิดว่าจะใช้จ่ายให้สะใจในวันเงินเดือนออกไปเปลี่ยนเป็นการลงทุนที่ทำให้เงินนั้นงอกเงยขึ้น หรือแม้แต่การออมที่ไม่มีผลตอบแทนก็ยังเป็นคำตอบที่ดีกว่าการใช้จ่ายให้หมดๆไป เพื่อจะมาเสียใจทีหลัง

แต่ถ้าคุณเป็นมนุษย์ประเภทที่ต้องจ่ายเงินซื้ออะไรสักอย่างเพื่อให้รู้สึกสบายคลายเครียด หรือลบปมด้อยอะไรก็ตาม หากคุณไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองในการจับจ่ายได้จริงๆ ก็ให้ลองเปลี่ยนประเภทของที่คุณอยากซื้อแบบเรื่อยเปื่อยมาเป็นของที่ซื้อแล้วเป็นการลงทุน เช่น ซื้อนาฬิกาชั้นดีที่มีค่าในระดับของสะสม ซื้อเครื่องประดับ อัญมณี หรืออะไรก็ตามที่มูลค่าจะเพิ่มหรืออย่างน้อยก็ไม่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะสาวๆที่ทนความเร้าใจไม่ไหวกับป้าย SALE ของห้างสรรพสินค้า ความใจอ่อนจะทำให้คุณหมดเงินไปกับข้าวของที่จะกลายเป็นขยะในอนาคต แต่ถ้าสามารถเปลี่ยนมาเป็นการตั้งเป้าจะซื้อของดีๆที่คู่ควรแก่การลงทุน การจับจ่ายของคุณก็จะไม่เป็นการทำร้ายตัวเองอีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณคิดว่ายังมีทุนทรัพย์เหลือพอสำหรับให้รางวัลตัวเอง ซึ่งปกติคนส่วนใหญ่มักจะละลายเงินส่วนเกินนั้นไปกับการกินดื่มหรือช้อปปิ้งบ้าๆบอๆ แนะนำให้คุณลองเปลี่ยนมาให้รางวัลตัวเองด้วยสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์กับชีวิตตัวเองจริงๆ ทั้งในปัจจุบันและระยะยาว เช่น การเรียนเพิ่มพูนความรู้ในด้านที่คุณสนใจ การใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์หรือการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเปิดหูเปิดตา หรือแม้แต่การใช้จ่ายเพื่อลงทุนในการเข้าสังคมใหม่ๆ นำพาตัวเองไปพบกับประสบการณ์ดีๆ ในสถานที่ใหม่ๆ แสวงหาช่องทางที่จะได้พบเจอผู้คนใหม่ๆที่ช่วยส่งเสริมชีวิตคุณให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น หรือมีโอกาสที่จะเก่งขึ้น คุณอาจไปลองทำในสิ่งที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ เช่น ไปเรียนขี่ม้า ขับเครื่องบิน ฯลฯ กิจกรรมใหม่ๆเหล่านี้ไม่เพียงทำให้คุณได้ความรู้ใหม่ ได้เห็นโลกในแง่มุมใหม่ แต่ยังนำคุณไปเจอเพื่อนใหม่ แม้แต่การแสวงหาความบันเทิงอย่างสร้างสรรค์ที่ทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นจริงๆ และส่งเสริมจินตนาการให้กว้างไกลขึ้น อย่างการดูหนังดีๆ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูละครเวที ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการลงทุนกับชีวิตที่ทำให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นทางเลือกที่คุณน่าจะลองพิจารณาในการให้รางวัลตัวเองเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม โดยมีสติบอกตัวเองเสมอว่า การให้รางวัลตัวเองในขณะที่ชีวิตยังต้องต่อสู้อยู่นั้น ควรจะเป็นรางวัลเพื่อการลงทุนที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นไม่ใช่การใช้จ่ายอย่างไร้สติที่ให้ความสุขวูบเดียวแต่ทิ้งความทุกข์ให้คุณในระยะยาว พร้อมกับความรู้สึกผิดที่ทำให้คุณโกรธตัวเองทุกครั้งที่นึกถึง

ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า นอกจากการรู้จักให้รางวัลตัวเองอย่างฉลาดแล้ว คุณก็ควรรู้จักการลงโทษตัวเองอย่างสร้างสรรค์ด้วย

เป็นธรรมดาที่คนเราจะทำอะไรผิดพลาด หรือไม่สมหวังในเรื่องที่ตั้งใจไว้ และบ่อยครั้งที่การกระทำบางอย่างที่เป็นการลงโทษตัวเอง อาจทำให้สถานการณ์ที่แย่ลงไปแล้วกลับแย่ลงไปอีก

ยกตัวอย่างเช่นคุณโดนลดเงินเดือน โดนเลย์ออฟ หรือโดนแฟนทิ้ง หากคุณเป็นคนส่วนใหญ่ก็คงลงโทษตัวเองด้วยการทำตัวอมทุกข์สารพัดรูปแบบ บางคนอาจกินดื่ม หรือจับจ่ายอย่างไร้สติเพื่อระบายความทุกข์ แม้บางเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่ความผิดคุณ แต่คุณก็อดที่จะลงโทษตัวเองไม่ได้ ลองเปลี่ยนมาลงโทษตัวเองอย่างมีสติ เช่น ทำงานให้หนักขึ้น ไปวิ่งออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ลดการจับจ่ายลง ลดกิจกรรมสังสรรค์ ถ้าคุณรู้สึกว่าต้องออกไปช้อปปิ้งซืออะไรให้สบายใจ ลองซื้อประกันชีวิตหรือซื้อเพชรซื้อทอง ซื้อหุ้น ซื้อกองทุน (ถ้าคุณรู้สึกว่าอยากซื้ออะไรสักอย่างจริงๆเพื่อให้หายเครียด) เพราะการลงโทษตัวเองแบบนี้นอกจากจะไม่ทำร้ายชีวิตคุณให้แย่ลงแล้ว จะกลับช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ และส่งผลดีต่อชีวิตคุณจริงๆ

โดยปกติแล้ว กลไกการให้รางวัลและลงโทษนั้นเป็นเครื่องมือในการปกครองคนที่มีประสิทธิภาพซึ่งทำให้องค์กรประสบความสำเร็จมามากต่อมาก หากลองเอามาปรับใช้ในการควบคุมชีวิตตัวเองดูบ้าง ก็น่าจะทำให้เราสำเร็จอะไรขึ้นมาได้บ้างเหมือนกัน

You may also like...